ที่มาของขนมจีน

untitled46สวัสดีค่ะ  วันนี้เรามีเรื่องเล่าดี ๆ เกี่ยวกับขนมจีนมาฝากกัน  ซึ่งเป็นเมนูที่ถูกปากคนไทยมาช้านาน  งั้นเรามาทำความรู้จักกันเลยค่ะ “ขนมจีน” ไม่ใช่ของคนจีน แต่คำว่า “จีน” ที่ต่อท้ายขนมนี้สันนิษฐานกันว่าน่าจะมาจากคนมอญซึ่งเรียกขนมจีนว่า “คนอมจิน” คุณพิศาล บุญปลูก คนรามัญผู้สนใจศึกษาอาหารและวัฒนธรรมมอญกล่าวว่า “จริง ๆ แล้ว ขนมจีนเป็นอาหารของคนมอญหรือรามัญ คนมอญเรียกขนมจีนว่า คนอมจิน คนอม หมายความว่าจับกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน จินแปลว่าทำให้สุก ” นอกจากนี้ “คนอม” นั้นสันนิษฐานว่าน่าจะใกล้เคียงกับคำไทย “เข้าหนม” แปลว่าข้าวที่นำมานวดให้เป็นแป้งเสียก่อน ซึ่งภายหลังกร่อนเป็น “ขนม” จริง ๆ แล้ว ขนม ในความหมายดั้งเดิมจึงมิใช่ของหวานอย่างที่เข้าใจในปัจจุบัน ขนม หรือ หนม ในภาษาเขมร หรือ คนอม ในภาษามอญหมายถึงอาหารที่ทำจากแป้ง ดังนั้นขนมจีน จึงน่าจะเพี้ยนมาจาก คนอมจิน ซึ่งทำให้เกิดสมมุติฐานตามมาอีกว่า ดั้งเดิมทีเดียวขนมจีนเป็นอาหารมอญ แล้วจึงแพร่หลายไปสู่ชนชาติอื่น ๆ ในสุวรรณภูมิตั้งแต่โบราณกาล ชาวมอญ ทั่วไปนิยมรับประทานขนมจีนไม่เฉพาะแต่ในเทศกาลเท่านั้นในบางครั้งก็ยังมีการทำกินกันเองเป็นการรวมญาติหรือว่าเวลาวิดปลาขึ้นมาแล้วได้ปลาเยอะก็จะมีการทำน้ำยากินกัน คำว่า “ขนมจีน” มอญเรียกว่า “คนอม” เป็นกริยาแปลว่า ทำ,สร้าง

คำว่า “ขนมจีน” อาจจะมีเค้ามาจากจีนจริงๆ เพราะถ้าเรามาลองคิดดูด้วยเหตุผลอีกทีหนึ่งว่าในการ ออกเสียงภาษามอญไม่มีวรรณยุกต์ถ้าคำว่า”ขนมจีน”เป็นภาษาไทยแล้วคนมอญเอาคำนี้ไปใช้ก็จะไม่สามารถพูดคำว่า “ขนม”ได้ต้องออกเสียง ว่า“คนอม” และโดยนิสัยของคนมอญนั้น ชอบตัดคำให้
สั้นลงในภาษาพูดจะเห็นว่าภาษาพูดและภาษาหนังสือจะไม่เหมือนกัน เช่น คำว่า “คน”ในภาษาพูด ของมอญพูดว่า “นิห์” ภาษาเขียนใช้ว่า”เมะนิห์” ลักษณะนี้จะพบได้เสมอในภาษามอญ(พระเจ้าสีหรา ชาธิราช เป็นพระเจ้าราชาธิราช)ดังนั้นคำว่า “ขนมจีน” ในภาษาไทย อาจถูกเรียกว่า “คนอมจิน” และสุดท้ายเหลือเพียงคำว่า”คนอม”หรือ “ฮนอม”